วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555



ยินดีตอนรับทุกท่านที่เข้ามารับชม






จากงาน Back to the Mac ที่ผ่านมาเมื่อตุลาคมล่าสุด ที่ Apple Cupertino นั้นเป็นครั้งแรกเลยที่เราได้แอบเห็นระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดของแอปเปิ้ล ในโค๊ดเนม “OS X Lion” โดยในงานนั้นสตีฟ จ็อป ได้บอกว่าผลพวงจากความสำเร็จของไอแพด ได้เป็นตัวขับเคลื่อนทำให้เกิดฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะเพิ่มให้กับ Lion และคงไม่ต้องบอกอะไรมากเนื่องจาก งาน WWDC ที่ผ่านมา รายละเอียดทั้งหมด ก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาหมดแล้ว รอแค่วันวางจำหน่ายเท่านั้นเอง แต่นอกจาก Lion เรายังได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของวินโดวส์ระบบปฏิบัติการอีกตัวหนึ่งที่เปิดตัวในชื่อว่า Windows 8 ซึ่งไม่แค่เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ทอปเท่านั้น ยังเป็นพื้นฐานสำหรับเจ้าตัวเล็กอย่าง Windows Phone 7 อีกด้วย
ระบบปฏิบัติการทั้งคู่ ไม่เพียงแค่เพิ่มจุดเด่นของการทำงานร่วมกับอุปกรณ์โมบาย เท่านั้นแล้วยังเน้นที่เพิ่มการทำงานแบบสัมผัสเข้าไปอีก แต่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ไม่เพียงเท่านี้ เพราะทั้งคู่ต่างก็มีจุดขายตรงที่แอพสโตร์ ต่างก็สามารถมีมุมมองของแอพพลิเคชันแบบเต็มหน้าจอได้ และมีวิธีการใหม่ๆเพิ่มเข้ามาเพื่อสลับการทำงานระหว่างแอพได้เช่นกัน
แน่นอนว่าเจ้าแห่งระบบปฏิบัติการทั้งคู่นั้น แม้จะกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดูคล้ายๆ กัน แต่ก็มีข้อแตกต่างกันอยู่ ซึ่งจากที่ Peter Pachal ได้ กล่าวไว้ใน “Mac OS X Lion  vs. Windows 8 : Who Will Win The Post-PC World?” ซึ่ง Peterได้กล่าว่า แอปเปิ้ล วางตำแหน่งของโอเอสสำหรับแทปเล็ตและโฟนเอาไว้ต่างหาก จากระบบปฏิบัติการส่วนของเดสก์ทอป ในขณะที่ไมโครซอฟท์เองพยายามที่จะสร้างโอเอสเพียงตัวเดียว สำหรับทุกๆ อุปกรณ์ แต่ยังไงก็ตาม เราต้องดูกันหลังจากที่แอปเปิ้ลได้เปิดตัวโอเอสออกมาอย่างเป็นทางการในเดือนหน้านี้ และหลังจากที่ไมโครซอฟท์จะเปิดตัว windows 8 ในต้นปีหน้าเรียบร้อยก่อน ถึงจะมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน 
เห็นได้ชัดว่าแทปเล็ตและมือถือ ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ทอปมากขึ้นแล้วทุกขณะ แล้วคำถามก็คือแล้วเดสก์ทอปจะสามารถรอดอยู่ในตลาดต่อไปได้หรือไม่ เมื่อมีอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ทรงพลังไม่แพ้กันมาวางอยู่บนโต๊ะคุณ  มาดูกันว่าเมื่อเปรียบเทียบกันหมัดต่อหมัดแล้ว โอเอสตัวไหนจะน่าใช้มากกว่ากัน


อินเทอร์เฟซการทำงานของ ไลอ้อน 

อินเทอร์เฟซของ OS X ไลอ้อน จะไม่คล้ายกับอินเทอร์เฟซของไอโฟนไอแพดเลย จนกว่าคุณจะเรียกการทำงานของ Launchpad ขึ้นมาก่อน ซึ่ง Launchpad นี้ จะทำให้หน้าตาของเดสก์ทอปดูเหมือนกับโฮมสกรีนหลักของไอแพดและไอโฟน และเช่นเดียวกัน ที่คุณจะสามารถเปลี่ยนหน้าได้โดยการรูดหน้าจอเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังสามารถสร้างโฟลเดอร์โดยการนำไอคอนไปวางซ้อนกันได้ และแน่นอนว่า ยังคงสามารถคลิกไอคอนแล้ว ลากไปวงในตำแหน่งต่างๆ ของหน้าจอได้ ซึ่งบนโอเอสเอ็กซ์นี้จะทำได้ง่ายกว่าบน I device

อินเทอร์เฟซของวินโดวส์ 8

หน้าจอการทำงานของวินโดวส์ 8 นี้จะดูแตกต่างจากวินโดวส์โฟน 7 มากกว่า โอเอสเอ็กซ์ ที่ไม่ต่างไปจาก iOS ซึ่งมีทั้งอินเทอร์เฟซแบบ Metro ที่มีใช้งานอยู่บนวินโดวส์โฟน 7 เพื่อที่จะเข้าถึงการใช้งานแอพพลิเคชันอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังสามารถเลือกกลับไปใช้อินเทอร์เฟซแบบทั่วๆ ไป เหมือนกับบนวินโดวส์ 7 ได้ ซึ่งทำให้โอเอสวินโดวส์ 8 นี้ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบแท็ปเล็ต และแบบเดสก์ทอปในคราวเดียวกัน ซึ่งตรงข้ามกับกลยุทธ์ของแอปเปิ้ลที่นำระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์มาใช้งานบนแท็ปเล็ต ซึ่งนี้เป็เป็นเพราะว่าไมโครซอฟท์บางครั้งผู้ใช้ก็อาจจะจำเป็นต้องการความสามารถทางด้านเดสก์ทอปบนแท็บเล็ตเช่นกัน 

วินโดวส์ 8 กับการควบคุมแบบสัมผัส

ทั้งโอเอสเอ็กซ์ และวินโดวส์ 8 ต่างก็บอกว่าได้สนับสนุนการใช้งานในระบบสัมผัสแล้ว แต่ก็เป็นเพียงวินโดวส์ 8 เท่านั้น ที่สามารถใช้งานร่วมกับจอแบบสัมผัสได้ ขณะที่ไลอ้อน ใช้งานระบบสัมผัสผ่านทางทัชแพดเท่านั้น ยังไม่มีระบบหน้าจอสัมผัสโดยตรง การควบคุมหน้าจอในระบบสัมผัสนั้นจะสามารถใช้งานได้ก็แต่บนแท็ปเล็ตซึ่งจะเป็นคุณสมบัติใหม่ ที่สามารถใช้นิ้วหัวแม่มือควบคุมการทำงานของคีย์บอร์ดผ่านทางหน้าจอ โดยจะมีให้เห็นใน iOS 5 นั่นเอง

ระบบสัมผัสของไลอ้อน

นับตั้งแต่ แมคโอเอสเอ็กซ์ Snow Leopard เป็นต้นมา ก็มีความสามารถในการใช้งานทางด้านสัมผัสและ Gesture อยู่แล้ว แต่ต้องทำงานบนทัชแพดของแมคเท่านั้น และสำหรับไลอ้อนเองก็จะเพิ่มความสามารถนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ละให้คุณได้ใช้งานอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งในส่วนของการเลื่อนหน้าจอ ขึ้นลง การย่อขยายการแสดงผล การสลับหน้าจอการทำงานแบบฟูลสกรีน นอกจากนี้ยังช่วยให้เรียกการทำงานอื่นๆ เช่น Mission Control  แตะเพื่อซูมภาพ และสลับการใช้งานแอพพลิเคชันได้ทั้งๆ ที่อยู่ในโปมดการแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ

การนำไปใช้กับโพรเซสเซอร์อื่น

ไมโครซอฟท์กล่าวว่า วินโดวส์ 8 จะสามารถทำงานบนโพรเซสเซอร์ที่เป็น ARM ได้ดีเช่นเดียวกับชิปจากอินเทลและเอเอ็มดี ซึ่งนี้คงไม่ทำให้อินเทลมีความสุขมากนัก เพราะนั้นหมายความว่าวินโดวส์ 8 จะสามารถใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ทอปที่มีประสิทธิภาพสูง และบนแท็ปเล็ตที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ ขณะที่ไลอ้อนนั้น ยังต้องยึดติดกับอินเทล Core2Duo, Core i3, Core i5, Core i7 และ Xeon เท่านั้น

การสลับแอพพลิเคชัน

สำหรับ OS X ไลอ้อน แอปเปิ้ลได้ปรับปรุงคุณสมบัติของ Virtual Desktop Spaces ซึ่งจะเหมือนกับการสลับไปมาระหว่างแอพพลิเคชัน แต่ spaces จะให้คุณสามารถใช้งานได้ง่ายกว่า เพราะคุณสามารถสลับการทำงานโดยใช้การสัมผัสบนทัชแพดเท่านั้น  ซึ่งในวินโดวส์ 8 ก็เหมือนกัน เพราะสามารถสลับแอพพลิเคชันได้โดยการปัดเท่านั้นเอง แต่สำหรับไมโครซอฟท์แล้ว เป็นเพียงแค่การสลับแอพพลิเคชันเท่านั้น แต่แอปเปิลเป็นการเปลี่ยนหน้าการทำงานของเวอร์ชวลเดสก์ทอปไปเลย

การแสดงผลแอพพลิเคชันแบบเต็มหน้าจอ
 
โอเอสใหม่ทั้งคู่ ต่างก็เน้นการทำงานของแอพพลิเคชันไปที่การแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ ซึ่งตัววินโดวส์เองนั้นต่างก็สามารถแสดงผลได้แบบเต็มหน้าจออยู่แล้ว เพียงแค่กดปุ่ม F11 เท่านี้แอพก็จะเปลี่ยนการแสดงผลไปเป็นแบบเต็มหน้าจอ แต่สำหรับแมคนั้นจะมีเมนูของโปรแกรมแต่ละตัวอยู่ด้านบนสุดเสมอ ซึ่งในไลอ้อนนี้การแสดงผลของทุกๆ โปรแกรมจะสามารถแสดงผลได้เต็มหน้าจอทั้งหมด

App Store

แม้ว่า App store จะมีอยู่ในแล้ว OSX Snow leopard แต่มันก็ยังเป็นหนึ่งที่สำคัญสำหรับ ไลอ้อน เช่นกัน ซึ่งเรายังามารถสังซื้แอพพลิเคชันมาหนึ่งตัว แล้วสามารถดาวน์โหลดได้อีกถึง 5 ครั้ง และการอัพเดทของแอพพลิเคชันนั้นยังสามารถควบคุมและแสดงผลได้ในสโตร์ ส่วนในไลอ้อน จะมีการนำเสนอถึงการเลือกซื้อหาคอนเทนต์และฟีเจอร์เพิ่มเติมได้ ส่วนทางไมโครซอฟท์นั้นยังไม่มีอะไรปรากฏออกมาแม้จะบอกว่าจะมีการนำ app store มาใช้งาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งสำหรับกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับโอเอสสำหรับเดสกทอปในอนาคต

ความเข้ากันได้กับของเดิม
 
สำหรับไลอ้อนตคุณสามารถเรียกใช้แอพจาก Launchpad หรือเพียงแค่ใช้ด็อกเช่นเดียวกับใน Leopard หรือแมคโอเอสรุ่นก่อนนี้ แม้ว่าแอปเปิ้ลยังไม่ได้กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัยของการใช้งานแอพพลิเคชันของเดิม แต่ก็แน่ใจได้ว่าแอพพลิก่อนๆ หน้านี้ที่ออกแบบมาสำหรับ leopard ทุกรุ่น จะสามารถใช้งานได้กับ ไลอ้อน ปัญหาอย่างเดียวสำหรับผู้ใช้แมคที่ใช้ระบบปฏิบัติการก่อนหน้านี้ก็คือการอัพเกรดเป็นรุ่นไลอ้อน ก่อนโดยเสียเงิน 29.99 เหรียญ ผ่านทาง Mac App Store และเพื่อต้องเป็นเวอร์ชัน Leopard ก่อนถึงจะสามารถผ่านประบวนกรอัพเกรดได้  แต่สำหรับไมโครซอฟท์ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าแอพพลิเคชันบนวินโดวส์ 7 จะทำงานบนวินโดวส์ 8 และฮาร์ดแวร์ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา

คุณสมบัติที่ไม่เหมือนใครในไลอ้อน

อีกสักพักเราคงมีโอกาสเป็นการใช้งานไลอ้อนกันมากขึ้น ซึ่งคุณสมบัติบางอย่าก็จะเป็นคุณสมบัติที่ใหม่ แต่บางอย่างก็ถึงว่าเป็นนวตกรรมในการทำงานได้อย่างแท้จริง เช่นการใช้งาน Air Drop ที่จะช่วยให้คุณโอนไฟล์ไปยังเครื่องที่เป็นไลอ้อนเหมือนกันได้โดยไม่ต้องใช้ดิสก์ หรือการเชื่อต่อผ่านทางไวไฟก็ตาม นอกจากนี้ ก็คือลืมเรื่องของข้อมูลหายไปได้เลย เพรามีคุณสมบัติของการบันทึกแบบอัตโนมัติอยู่ในตัว

คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ใน สำหรับวินโดวส์ 8

วินโดวส์ 8 อาจจะไม่มีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่เรียกว่าเป็นนวตกรรมออกมาแบบชัดเจน แต่ก็พอจะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เช่น การส่งข้อมูลอัพเดทต่างๆ ให้ปรากฏบนหน้าจอ เช่น ราคาหุ่น หรือว่าข้อความอื่นๆ ซึ่งคงไม่รู้จะไปเปรียบเทียบกับไลอ้อนในด้านใด คุณสมบัติเด่นๆ ของไมโครซอฟท์อีกตัวหนึ่งก็คือการมองการทำงานของแอพที่สองขณะที่กำลังรันแอพอีกตัวหนึ่งแบบเต็มหน้าจออยู่ได้ สุดท้ายก็คือไมโครซอฟท์แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่จะช่วยให้แอพพลิเคชันเรียกใช้งานไฟล์ของแอพพลิเคชันหนึ่ง ได้สะดวกกว่าที่ผ่านๆ มาก แต่ทั้งหมดนี้ไมโครซอฟท์เองก็มีอยู่แล้ว ดังนั้นเราหวังว่าน่าจะมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านี้ ในยามที่วางจำหน่ายวินโดวส์ 8 จริง ๆ